7 ตามใจท่าน (ธรรมะสากัจฉา)

7 ตามใจท่าน (ธรรมะสากัจฉา)

การพูดคุยปรึกษา คือ สากัจฉาทำให้เกิดความไม่ประมาทและมีปัญญาได้, มีคำถามอยู่ที่ไหน ก็มีคำตอบอยู่ที่นี่, ตอบทุกข้อสงสัย ทั้งในการดำเนินชีวิต, หลักธรรม หรือการภาวนา โดย ร่วมพูดคุยกับคุณเตือนใจ สินธุวณิก และ พระอาจารย์พระมหาไพบูลย์ อภิปุณฺโณ ในช่วง "ตามใจท่าน". New Episode ทุกวันอาทิตย์ เวลา 05:00, Podcast นี้เป็นส่วนหนึ่งของรายการธรรมะรับอรุณ ออกอากาศทุกวันทางสถานีวิทยุกระจายเสียงแห่งประเทศไทย (สวท.) มีคำถาม/ข้อเสนอแนะ หรือสมัครติดตามฟังทั้ง 7 รายการ ที่ panya.org

Hosted on Acast. See acast.com/privacy for more information.

00:00
00:00

Resumen del episodio

Q: สวดมนต์เยอะและนานดีหรือไม่อย่างไร? A: ที่สำคัญคือหากสวดมนต์แล้วจิตสงบมีปิติสุข จิตเป็นสมาธิ นั่นจะเป็นทางที่ไปสู่วิมุตคือหลุดพ้นจากกิเลสได้ ซึ่งทางไปสู่วิมุตยังมีทางอื่น ๆ ทั้งการนั่งสมาธิ การฟังธรรม การสอนธรรมะ การใคร่ครวญธรรม ก็ล้วน เป็นทางที่ไปสู่วิมุตได้ Q: นั่งสมาธิได้ไม่นาน แค่ไหนจึงจะเพียงพอ A: สมาธิอยู่ที่จิตสามารถทำได้ในทุกอิริยาบถ สิ่งที่สำคัญคือจิตเราต้องเป็นสมาธิ ไม่เกี่ยวกับเวลา ท่านสอนไว้ 2 วิธี คือ “ทุกขาปฏิปทา” หมายถึง พิจารณาความไม่เที่ยง เห็นถึงความไม่เที่ยง เห็นเป็นของไม่น่ายินดี เป็นสิ่งปฏิกูล ไม่ใช่ว่าทุกขาปฏิปทาคือความทุกข์ วิธีนี้คนที่มี ราคะ โทสะ โมหะกล้า จิตจะสงบค่อนข้างยาก ก็ให้พิจารณาตรงที่ไม่สงบ ให้เห็นเป็นความของไม่เที่ยง เห็นเป็นของไม่ใช่ตัวตนด้วยความเป็นทุกข์ “สุขาปฏิปทา” หมายถึง ได้ความสุขจากสมาธิ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน อิริยาบถใดก็ได้สุขจากสมาธิ คนที่มี ราคะ โทสะ โมหะ เบาบางจะใช้วิธีนี้ได้ดี เพราะจิตเขาจะฟุ้งซ่านน้อยจิตสงบได้ง่าย Q: ปฏิบัติที่บ้านได้หรือไม่? A: ปฏิบัติที่ไหนก็ได้ อิริยาบถใดก็ได้ แต่ที่อโคจรไม่ควรไป เพราะจิตสงบได้ยาก ท่านให้เกณฑ์การเลือกสถานที่ไว้ดังนี้ คือ…

Episodios

485-

เทคโนโลยีกับวิกฤติศรัทธา [6943-7q]

Q: สวดมนต์เยอะและนานดีหรือไม่อย่างไร? A: ที่สำคัญคือหากสวดมนต์แล้วจิตสงบมีปิติสุข จิตเป็นสมาธิ นั่นจะเป็นทางที่ไปสู่วิมุตคือหลุดพ้นจากกิเลสได้ ซึ่งทางไปสู่วิมุตยังมีทางอื่น ๆ ทั้งการนั่งสมาธิ การฟังธรรม การสอนธรรมะ การใคร่ครวญธรรม ก็ล้วน เป็นทางที่ไปสู่วิมุตได้ Q: นั่งสมาธิได้ไม่นาน แค่ไหนจึงจะเพียงพอ A: สมาธิอยู่ที่จิตสามารถทำได้ในทุกอิริยาบถ สิ่งที่สำคัญคือจิตเราต้องเป็นสมาธิ ไม่เกี่ยวกับเวลา ท่านสอนไว้ 2 วิธี คือ “ทุกขาปฏิปทา” หมายถึง พิจารณาความไม่เที่ยง เห็นถึงความไม่เที่ยง เห็นเป็นของไม่น่ายินดี เป็นสิ่งปฏิกูล ไม่ใช่ว่าทุกขาปฏิปทาคือความทุกข์ วิธีนี้คนที่มี ราคะ โทสะ โมหะกล้า จิตจะสงบค่อนข้างยาก ก็ให้พิจารณาตรงที่ไม่สงบ ให้เห็นเป็นความของไม่เที่ยง เห็นเป็นของไม่ใช่ตัวตนด้วยความเป็นทุกข์ “สุขาปฏิปทา” หมายถึง ได้ความสุขจากสมาธิ ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหน อิริยาบถใดก็ได้สุขจากสมาธิ คนที่มี ราคะ โทสะ โมหะ เบาบางจะใช้วิธีนี้ได้ดี เพราะจิตเขาจะฟุ้งซ่านน้อยจิตสงบได้ง่าย Q: ปฏิบัติที่บ้านได้หรือไม่? A: ปฏิบัติที่ไหนก็ได้ อิริยาบถใดก็ได้ แต่ที่อโคจรไม่ควรไป เพราะจิตสงบได้ยาก ท่านให้เกณฑ์การเลือกสถานที่ไว้ดังนี้ คือ…

24 oct. 2026
484-

ธรรมะท่ามกลางความขัดแย้ง [6942-7q]

Q: อธิบายเพิ่มเติมเรื่องจิตกับใจและการวางจิต A: ลักษณะของจิต คือ จะผ่องใสไปตามสติปัญญาที่ตั้งไว้ หรือจะเศร้าหมองไปตามกิเลสที่เป็นอาคันตุกะจรมาก็ได้ ด้วยเหตุนี้จิตจึงไม่เที่ยง เราต้องตั้งสติไว้ ปล่อยวางความยึดถือในจิตให้ได้ และอย่าเข้าใจผิดว่าจิตนั้นเป็นของเรา เพราะถ้าเราเข้าใจว่าจิตเป็นของเรา เราจะทุกข์ทันที Q: วางแล้วเหลืออะไร? A: วางความยึดถือแล้ว จะเหลือปัญญาเหลือสติ Q: ธรรมะข้อใดเมื่ออยู่ในระหว่างคนไม่ถูกกัน และควรทำอย่างไร? A: เราต้องทำความเข้าใจว่า คนชั่วก็ไม่ได้ชั่วตลอดเวลา คนดีก็ไม่ได้ดีตลอดเวลา เราไม่ควรกล่าวหาว่าเขาเป็นคนไม่ดี เราควรเชื่อและศรัทธาว่า คนเราเปลี่ยนแปลงได้ อยู่ที่การปฏิบัติ ธรรมะที่จะนำมาใช้คือ พุทโธ ธัมโม สังโฆ เอาตรงนี้เป็นที่พึ่ง แล้วพิจารณาแนวทางว่า “แม้การบอกนั้นเราจะลำบากในการที่จะไปบอกเขา ให้เห็นว่าความลำบากที่จะเกิดขึ้นกับเราเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ความดีที่จะเกิดขึ้นกับเขามันดีกว่า ให้ทำ” ให้พิจารณาว่า “ถ้าเราต้องลำบากในการที่จะบอก บอกแล้วเขาจะขัดเคืองใจ ให้มองว่าความลำบากที่จะเกิดขึ้นกับเราเป็นเรื่องเล็กน้อย ความลำบากที่จะเกิดขึ้นกับเขาเป็นเรื่องเล็กน้อย แต่ว่าเขาจะดีได้…

17 oct. 2026
483-

ชีวิตดีด้วยความดี [6941-7q]

Q: ทำไมชีวิตจึงมีทุกข์มากมายเช่นนี้? A: มนุษย์เป็นภพที่มีสุขกับทุกข์พอๆ กัน การที่เราเห็นทุกขตบุคคลหรือมหาเศรษฐี ให้คุณมั่นใจได้เลยว่า “ตลอดกาลยืดยาวนานในสังสารวัฏนี้ เราเคยเกิดเป็นแบบนี้มาแล้ว” เพราะฉะนั้น ไม่ว่าเราจะเจอสุขหรือทุกข์ก็ตาม ให้เราทำความดี ปฏิบัติตามมรรค8 ความดีจะเป็นที่พึ่งของเราได้ Q: การฆ่าสัตว์ทำให้อายุสั้น แล้วคนที่มีอาชีพต้องฆ่าสัตว์จะมีวิธีแก้ไขอย่างไร? A: ไม่แน่ วิบากแปรไปตามกรรมดีกรรมชั่วที่กระทำ อะไรที่ไม่ดีก็เลิก อย่ากินแต่บุญเก่า ควรสร้างบุญใหม่ ด้วย ศีล สมาธิ ปัญญา Q: จากเรื่องกล่องข้าวน้อยฆ่าแม่ จะเป็นการบรรเทาบาปที่เคยทำไว้ได้หรือไม่? A: ทำกรรมอะไรไว้ก็จะได้รับผลของกรรมนั้น การล้างบาปในคำสอนนี้ไม่มี แต่การทำความดีย่อมมีวิบากดี จะใหผลมากหรือน้อยเป็นสิ่งที่บอกได้ยาก Q: พ่อ-แม่เลี้ยงทำดีกับลูก จะได้กุศลเท่ากับเลี้ยงลูกตนเองหรือไม่? A: เปรียบเทียบได้แต่ไม่เท่ากัน ให้ตั้งจิตแบบพรหม ทำดีแบบไม่หวังผลในความดี ยิ่งดี Q: การที่ขอข้าววัดกินแต่ก็ช่วยงานของวัดด้วยจะเป็นบาปไหม? A: บุญบาปอยู่ที่การกระทำ ไม่ใช่อยู่ที่สถานที่ Q: ติดโควิด19 เป็นกรรมหรือไม่ ? A : อาจจะใช่หรือไม่ใช่…

10 oct. 2026
482-

จิตกับใจ [6940-7q]

Q: จิตกับใจแตกต่างกันหรือไม่ อย่างไร? A: แยกพิจารณาทำความเข้าใจความหมายของ ใจ ธรรมารมณ์ วิญญาณ และจิต, “ใจ (มโน)” คือช่องทาง เป็นช่องทางของสิ่งที่เป็นนามทั้งหมด เช่น ความคิด ความรู้สึก อารมณ์ เรียกตรงนี้ว่า “ธรรมารมณ์” รับรู้ได้ผ่านทางช่องทางใจ เช่นเดียวกับ หูเป็นช่องทางของเสียง ตาเป็นช่องทางของภาพและการที่จะรับรู้ได้ ต้องมี “วิญญาณ” ซึ่งวิญญาณก็จะมีตามช่องทาง เช่น ช่องทางหูจะรับรู้ได้ด้วยโสตวิญญาณ ธรรมารมณ์ก็เป็นนามอยู่ในช่องทางใจ รับรู้ธรรมารมณ์ได้เพราะมโนวิญญาณ “จิต” ทำหน้าที่ในการรับรู้คือวิญญาณ ผ่านทางใจ เพราะฉะนั้น ใจ ธรรมารมณ์ วิญญาณ จิต จึงเป็นคนละอย่างกัน ในขันธ์ 5 แบ่งเป็น รูปขันธ์ ได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย นามขันธ์ ได้แก่ เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ นามส่วนที่เป็นความรู้สึก เรียกว่า “เวทนาขันธ์” นามส่วนที่เป็นความหมายรู้ เรียกว่า “สัญญาขันธ์” นามส่วนที่เป็นการปรุงแต่ง เรียกว่า “สังขารขันธ์” นามส่วนที่เป็นการรับรู้ เรียกว่า “วิญญาณขันธ์” จิตจึงจัดอยู่ในวิญญาณขันธ์ เพราะผู้ที่จะไปทำหน้าที่ในการรับรู้คือจิตเท่านั้น Q: เคยฟังเทศน์ฯ ว่า "ให้วางจิตลงไป ให้เหลือแต่ตัวรู้อย่างเดียว" A : การวางจิตลงไป…

03 oct. 2026
481-

เอาชนะกิเลสด้วยอินทรีย์ 5 [6939-7q]

Q: พระสงฆ์มีวิธีลดละกิเลสได้อย่างไร? A: ท่านใช้มรรค 8 เป็นเครื่องมือ, เครื่องมือกำจัดกิเลสแบบละเอียด ๆ คือปัญญา เครื่องมือกำจัดกิเลสแบบกลาง ๆ คือ สติ, สติจะเป็นเครื่องมือให้เกิดสมาธิ และสมาธิจะเพิ่มได้ก็ต้องเพิ่มสติ ด้วยการสังเกตดูจิตของเรา และเครื่องมือที่จะกำจัดกิเลสแบบหยาบ ๆ คือ ศีล ซึ่งเราจะมีศีลได้ เราก็ต้องมีศรัทธา Q: ใช้สติทบทวนตนว่าผิดพลาด ได้หรือไม่? A: ในกระบวนการทำความเพียร พอเราระลึกได้ว่าเราต้องทำความดี ความระลึกได้นั้นคือ “สติ”, การลงมือทำคือ “ความเพียร” พอเรามีสัมมาทิฐิ สัมมาสติ สัมมาวายามะ องค์อื่น ๆ ของมรรค ก็จะมาทั้งหมด Q : สืบสานการปฏิบัติให้ต่อเนื่อง ทำอย่างไร? A: ให้เราโยนิโสมนสิการ ตามระบบของ “อริยสัจสี่” ว่าเหตุปัจจัยใดที่ทำให้เราทำได้และเหตุปัจจัยใดที่ทำให้เราทำไม่ได้ เมื่อพิจารณาแล้วก็ให้สร้างเหตุปัจจัยให้พอเป็นไปได้ พอทำได้ ทั้งนี้ การฟังธรรมเสมอ ๆ การมีกัลยาณมิตรจะช่วยได้ สำหรับนักบวชท่านให้พิจารณาดังนี้ว่า “หากอกุศลกรรมที่ยังละไม่ได้ก็ละไม่ได้ จิตที่ยังไม่ตั้งมั่นก็ไม่ตั้งมั่น ควรหนี ควรเลิก ไม่ควรคบ อย่าอยู่ แต่ถ้าอยู่ที่ไหนแล้วกิเลสที่ยังละไม่ได้ก็ละได้…

26 sep. 2026